BR

[BR] Day - 0

posted on 26 Nov 2012 19:57 by rouge-mosaic in BR




เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

 

Photobucket




-------------------------------------------------------------------

แนะนำ

สวัสดีค่ะ นส.แดงเดือดค่ะ เอนทรี่นี้เป็น 1 ในน้อยครั้งที่เราอัพบล็อกค่ะ 5555 /โดนตบ
เป็นกิจกรรมในคอมมูที่เราเล่นอยู่ นั่นก็คือ Battle Royale ค่ะ

ลูกชายของเราคือ นิตตะ ฮารุกิคุง หนุ่มน้อยที่รักของหวานเป็นชีวิตจิตใจ







*รูปล่างสุดนี่ช่างเถอะนะคะ 55555555*


ฮารุกิคุง ลูกชายของเรา มีกลุ่มเพื่อนที่สนิทๆกันด้วยความสัมพันธ์ที่สับสนอยู่ค่ะ
เราเลยต้องทำกราฟมาเพื่อให้ทุกคนอ่านเอนทรี่นี้และเอนทรี่ต่อๆไปเข้าใจนะคะ XD




(ผังอะไรเนี่ย....)


ต่อไปเป็นอัพจริงๆแล้วค่ะ....

.

.

.



------------------------------------------------------------


.
.
.



ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ?

อา... น่าจะราวๆบ่ายโมงแล้วสินะ

อีกเดี๋ยวก็ต้องเก็บของเตรียมไปทัศนศึกษาแล้ว แต่ยังเตรียมกับข้าวไว้ให้พี่ๆไม่เสร็จเลย
บางครั้งก็ไม่อยากออกจากบ้านนานๆเลย พอคิดว่าจะไม่มีคนดูแลบ้านแล้ว...


"ฮารุจัง"



"พี่ฟุยุ..."

"มัวทำอะไรอยู่น่ะฮารุจัง เดี๋ยวต้องออกจากบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ"

"ก็... กำลังทำข้าวกล่องให้พี่ฟุยุนั่นแหละ"

"เห ถ้างั้นก็รีบๆหน่อยนะฮารุจัง!"

พี่สาวของผม... พี่ฟุยุ วันนี้เธอกำลังจะไปดูตัวเป็นครั้งที่....เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
แม่ของผมอยากให้พี่ๆแต่งงานกันสักที แต่พี่สาว... อ้อ นอกจากพี่ฟุยุผมยังมีพี่สาวอีก 2 คนด้วย
พี่ๆทั้ง 3 คนต่างก็ได้ทำงานที่ตัวเองรักและไม่คิดจะลาออกไปแต่งงานตอนนี้
แต่ถ้าขัดใจไม่ไปดูตัว แม่อาจจะไล่พี่ๆไม่ให้กลับมาบ้าน
ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่ไปดูตัวพีสาวก็จะทำวีรกรรมให้ไม่ถูกนัดครั้งต่อมาอยู่ดี

ผมเป็นคนรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด
แต่เดี๋ยวอีกไม่นาน ผมต้องไปทัศนศึกษาค้างคืน ซึ่งแปลว่าผมจะไม่ได้อยู่ดูแลบ้านแล้ว
ครั้งก่อนที่ผมไปเข้าค่าย สภาพบ้านตอนผมกลับมา...อย่าไปพูดถึงมันดีกว่า
ตอนนี้ผมหยุดกังวลไม่ได้เลยว่าถ้าผมไม่อยู่ คนอื่นๆในบ้านจะดูแลตัวเองได้มั้ย

"พี่ฟุยุ ผมเก็บอันนี้ไว้ในตู้เย็นนะ ส่วนชั้นล่างก็มีแฮมเบอร์เกอร์ที่ทำไว้ เอามาอุ่นได้นะ"

"ฮารุจังไม่ต้องเตรียมไว้ขนาดนั้นก็ได้น่า พวกพี่ดูแลตัวเองได้"

"...."

"สีหน้าแบบนั้นแปลว่าอะไรกันฮึ! ขโมยกินซะเลย!"

พี่ฟุยุคว้าข้าวห่อสาหร่ายที่ผมเตรียมไว้ไปด้วยความเร็วเหลือเชื่อ


"ฮารุจัง เธอต้องเป็นภรรยาที่ดีได้แน่ๆเลย!"

"นั่นไม่ใช่คำชมแล้วมั้ง!"

"พี่ยอมรับก็ได้ว่าถ้าบ้านเราไม่มีฮารุจังต้องแย่แน่ๆเลย เพราะงั้นรีบไปรีบกลับนะจ้ะ"

"ครับผม..."

"..."

จู่ๆพี่ฟุยุก็มองผมแล้วยิ้มหวานแปลกๆ เหมือนสีหน้าที่เธอชอบทำเวลามีเรื่องเซอร์ไพรส์
ซึ่งผมก็คาดไม่ผิดเลย พี่ฟุยุหยิบผ้าผืนนึงออกมาจากกระเป๋าถือ

"ของขวัญให้ฮารุจังจ้ะ!"

"ของขวัญในโอกาสอะไรเหรอครับ..."

"ในโอกาสที่ได้ไปทัศนศึกษาไงล่ะ!... เพราะฮารุจังห่วงพวกพี่ก็เลยไม่ยอมไปเที่ยวไหนกับเพื่อนเลย
แต่ครั้งนี้โรงเรียนบังคับก็เลยต้องไป พวกพี่ก็เลยอยากฉลองให้กับอิสรภาพของฮารุจังไง"

"อิสรภาพนั่นมัน...(หัวเราะ)"

"ใช้โพกหัวไปวันนี้เลยนะจ้ะ! พี่เลือกสีนี้มาเข้ากับฮารุจังที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มเลยล่ะ"

"แตกเนื้อหนุ่ม?!"

จู่ๆผมก็รู้สึกว่าคำที่ได้ยินมันน่าอายยังไงไม่รู้...แต่ผมก็รับมา เป็นของขวัญชิ้นแรกในรอบหลายปีเลย
ปกติที่บ้านเราไม่นิยมซื้อของให้กันเท่าไร โดยเฉพาะพี่ฟุยุที่เป็นครูสอนเขียนพู่กัน
เวลามีโอกาสพิเศษพี่ฟุยุมักจะเขียนคำเด็ดๆด้วยการตวัดพู่กันที่สง่างามใส่ม้วนกระดาษมาให้
ซึ่งผมก็ชอบมันนะ... แต่ยังไงผ้าโพกหัวก็ดูเจ๋งกว่าอยู่ดี ดีใจจัง...


ผมเดินไปเก็บของ ไม่ลืมใส่ขนมจำนวนมากที่คิดว่าจะไว้แบ่งกันทานกับเพื่อนๆในรถ

ผมหันไปหาพี่ฟุยุเพื่อบอกลาก่อนจะก้าวออกจากบ้าน
แต่กลับได้เห็นสีหน้าแวบนึงของเธอ...ที่ดูไม่สบายใจเอาซะเลย

"ฮารุจัง นี่น่ะ...ทัศนศึกษาเฉยๆใช่มั้ย? ไม่ใช่อะไรนอกเหนือจากนี้ใช่มั้ย?"

"...หมายความว่าไงครับ"

"เปล่าจ้ะ"

พี่ฟุยุกลืนคำที่เกือบจะหลุดออกมาลงไปและกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม


"ฮารุจัง จำไว้นะ เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลนิตตะ ต้องเข้มแข็งนะ"

"ครับ..."

"เดินทางดีๆจ้ะ"

นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนจะปิดประตู แล้วรีบปั่นจักรยานไปที่โรงเรียน...




[บนรถโรงเรียน]

ถึงจะรีบแต่ก็ยังมาสายกว่าที่คิด บางทีผมน่าจะซื้อมอเตอร์ไซค์ได้แล้วนะ!

ผมรีบวิ่งขึ้นไปบนรถ มองหาที่นั่งที่ว่างอยู่...ความจริงก็มองหาใครบางคนอยู่นั่นล่ะ


"ฮารุกิคุง ทางนี้ว่างอยู่นะ"


คาโนฮะ การะคุง เพื่อนสนิทของผม เพื่อนคนแรกของผมในโรงเรียน

"ขอบใจน้า ขออนุญาตนั่งด้วยคนนะ!"

"ได้ครับ"

การะคุงส่งยิ้มสดใสมาให้ เวลาได้เจอการะคุง ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาเหลือเกิน
อาจเพราะเป็นแบบนี้ พวกเราก็เลยเข้ากันได้ดีละมั้ง...

ที่พูดตะกี้นี้ไม่ได้แปลว่าผมจะสดใสเหมือนการะคุงหรอกนะ!
แต่เพราะทุกคนชอบบอกว่าเรามีอะไรเหมือนกัน...ที่เขาเรียกว่า "ไทป์กินพืช" (หัวเราะ)
ถึงผมจะอยากเถียงว่าผมไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อยแต่ก็ไม่มีอะไรมาอ้างอยู่ดี

ผมเหลือบไปเห็น....

เด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กมาก แต่ก็เซี้ยวเหลือเกิน...

"โคโตเนะ"

ผมทักเธอ แน่นอนว่าเธอต้องทำหน้าประหลาดๆกลับมาตามเคย

แต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็ยังน่ารักมากอยู่ดี...พอผมพูดไปแบบนี้โคโตเนะก็ดูชะงักไปนิดนึง

ผมบอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร แต่โคโตเนะน่ะน่าแกล้งสุดๆเลย!
และตรงนั้นก็ทำให้น่าเอ็นดูมากๆ...อ๊ะ ถ้าพูดแบบนี้เธอต้องโกรธอีกแน่เลย

ผมแกล้งหยอกโคโตเนะไปแต่ก็โดนเธออำกลับ ฮึ่ม!

แต่ก่อนที่ผมจะทักเธอ... ดูเหมือนเธอจะสีหน้าไม่ค่อยดี เมารถรึเปล่านะ?
ผมส่งลูกอมให้เธอ แต่ก็โดนยิงฟันทำหน้ากวนๆกลับมาอยู่ดี
ผมต้องผิดปกติอะไรแน่ๆเลยที่ชอบมองเธอที่เป็นแบบนี้...

ที่ชอบเธอ...


แน่นอนว่าเพราะเธอน่ารักมากขนาดนี้ คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของเธอ

...

ตอนที่ผมกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตชีวิตกลางวงไพ่...
ผมเพิ่งเห็นว่าอาเมมิยะ คาโอรุคุง นั่งอยู่ข้างหลังผมนี่เอง



คาโอรุคุงโน้มตัวลงมาใกล้ผม...มาก...อ๊าก ใกล้จัง (ตกใจ!)

"ไฮ ~ เล่นด้วยคนได้ไหม?"

คาโอรุคุงพูดด้วยเสียงที่ดูเท่สุดๆ ทั้งที่อายุเท่ากันทำไมถึงได้มีเสียงแบบนั้นได้นะ?
เขามองสำรวจเหมือนหาอะไรบางอย่างจากผม...แล้วก็เริ่มทำจมูกฟุดฟิดใกล้ๆ!

"ว่าแต่นิตตะตัวนายหอมของกินอยู่ตลอดเวลาเลยนะ"

ที่แท้ก็เพราะกลิ่นของกินนี่เอง! กลิ่นอะไรนะ...คงไม่ใช่แกงกะหรี่ตอนมื้อเที่ยงใช่มั้ยเนี่ย
คาโอรุคุงเป็นคนลึกลับจริงๆน้า... ดูเหมือนจะสร้างระยะห่างแต่ก็เป็นฝ่ายเข้าหาคนอื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
คาโอรุคุงดูจะสนิทกับโทโงคุงที่สุดในห้อง ช่างเป็นคู่หูที่ดูเท่สุดๆเลย...

และคาโอรุคุง...ก็เป็นอีกคนที่ชอบโคโตเนะด้วย

ซึ่งความจริงที่ว่านั่นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผมหรอกนะ
มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วนี่นาถ้าจะมีคนชอบเด็กผู้หญิงน่ารักๆอย่างโคโตเนะ? ไม่เหรอ?
แต่ผมกับคาโอรุคุงก็เคยมีเรื่องต้องคุยกันจริงๆจังๆมาแล้วเมื่อเทอมก่อน
ช่วงหลังๆมานี้เราดูจะคุยกันได้ง่ายขึ้นเยอะ และเขาก็ชอบคุกกี้ที่ผมทำด้วย!

ความจริงวันนี้ผมก็อบคุกกี้เป็นรูปไม้เบสบอลมาด้วยล่ะ
แต่อยู่ๆถ้าส่งให้เลยจะดูประหลาดเกินไป ไว้รอโอกาสดีๆแล้วค่อยให้ละกัน...

ผมชวนให้คาโอรุคุงมาช่วยเลือกไพ่ เรากำลังเล่นไพ่จับคู่กันอยู่น่ะ



มาคาบะ ฮิเดฮิสะ...ฮิเดะคุง...ไม่นะ! เอาใบอื่นสิ!

พวกเราเล่นไพ่กันอย่างเป็นจริงเป็นจัง นั่นเป็นสาเหตุที่ผมเหมือนอยู่ในวิกฤตชีวิต!
ข้างๆฮิเดะคุงคือ ชิโอะจัง หมายถึงคิเซกิ ชิโอริที่กำลังวางแผนอยู่กับโคโตเนะ...

ผมคิดว่าในวงไพ่ของเรา นอกจากการะคุงแล้วทุกคนดูจะอยู่ในเลเวลเดียวกัน
ส่วนผมถ้าไม่ได้คาโอรุคุงช่วยคงจะไม่รอดแน่ๆ ผมไม่มีโชคในการหยิบเลยล่ะ

...


ง่วงจัง


ผมเผลอทำไพ่ร่วงจากมือ... ไม่รู่ทำไม จู่ๆก็รู้สึกง่วงมากเลย

ผมเห็นเพื่อนๆคนอื่นบนรถเริ่มหลับกันเยอะแล้ว บางทีการทัศนศึกษาครั้งนี้อาจจะเดินทางนานเกินไป

ผมคืนไพ่ให้กับทุกคนและสารภาพว่าคุมไม่ให้หนังตาปิดไม่ได้แล้ว
หรือเป็นเพราะเมื่อเช้าผมตื่นมาเตรียมอาหารเช้าเกินไปนะ...



...


ผมพยายามลืมตาให้ได้ หันไปมองข้างๆผม การะคุงที่กำลังส่งยิ้มมา



"การะคุง ฉันขอนอนก่อนนะ"

"
"ได้ครับ ไว้ถึงแล้วผมจะปลุกนะ"

"อื้อ"

ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าเริ่มพิงไหล่การะคุงซะแล้ว แต่ก็ง่วงเกินกว่าจะยันตัวขึ้นได้
ผมอยากถามเขาว่าผมทำให้หนักรึเปล่าแต่ก็ฝืนตัวเองให้เปล่งเสียงไม่ได้

ผมไม่คิดว่าความง่วงขนาดนี้จะปกติแล้วนะ...



การะคุง...นายไม่คิดว่ามัน...



...

กว่าผมจะได้สติอีกครั้ง
ก็เป็นตอนที่รู้สึกถึงน้ำหนักจากปลอกคอแล้ว



[ Continue Day 1 ]




-------------------------------------------------------------------------------

** ที่ไม่มีรูปฮารุคุง เพราะทั้งหมดเป็นมุมมองจากสายตาของฮารุคุงค่ะ**


เอนทรี่ต่อไป จะเป็นตอนที่ไปถึงเกาะแล้วค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบนะคะ ฝากฮารุกิไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ XD